เรื่องสั้นๆ อ่านเล่นๆ : ผีเข่ง
สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ผมและเพื่อนร่วมชั้นมักไปเที่ยวกันที่ทะเลแห่งหนึ่งเป็นประจำทุกปี
ในคืนนั้นเป็นคืนที่สายฟ้าแปลบปลาบกางคล้ายกงเล็บตัดกับความมืดของฟ้า
รูปปั้นนางยักษ์ตนนั้นยืนอยู่ในทะเล มือข้างหนึ่งเกาะกุมอยู่ตรงทรวงอกตำแหน่งหัวใจที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
ผมกำลังเดินเล่นอยู่บริเวณชายหาดห่างออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกัน ลมพัดเย็นสบาย อากาศกำลังดี
ทันใดนั้นที่ระยะไกลออกไปปรากฏเงาตะคุ่มอยู่ตรงชายหาดบนเส้นทางที่ผมกำลังจะเดินไป กะเอาคร่าวๆ น่าจะห่างออกไปราวห้าสิบเมตร
ผมหยุดฝีก้าว พยายามเพ่งมองฝ่าความมืดออกไปเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร
แต่ราวกับรู้ว่ากำลังถูกลอบมอง มันไม่ยอมขยับ ผมเองก็ไม่ไหวติง คล้ายเราทั้งคู่กำลังหยั่งเชิงกันอยู่
เมื่อเป็นดังนั้น ผมจึงคิดจะขยับเข้าไปหา ทว่าพอผมก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียวมันก็เริ่มขยับอีกครั้ง
มันตัวอะไร
ในใจคิดถึงความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นจึงตัดสินใจหันหลังกลับและเดินถอยออกมาดีกว่าจะเดินไปเผชิญหน้ากับมัน
ระหว่างนั้นเมื่อผมเหลียวกลับไปมอง ก็กลับพบว่ามันกำลังตามผมมาอยู่ห่างๆ
ผมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนกระทั่งหนีมันจนพ้นด้วยหัวใจเต้นแรง
มันคืออะไร แล้วมันตามผมมาทำไม
ผมเข้านอนพร้อมเก็บคำถามไว้ในใจจนกระทั่งรุ่งสางก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเสียสนิท
ผมออกไปเดินเล่นยังเส้นทางเดิม และสิ่งที่เห็นในตอนเช้าก็ทำให้อดขำตัวเองในความปอดแหกเมื่อคืนไม่ได้
มันเป็นเข่งใบเขื่องที่หกคะเมนอยู่บนชายหาดนั่นเอง
คิดว่าน่าจะใช่มันนะที่ปรากฏตัวขวางทางไว้เมื่อคืน แต่ความมืดทำให้ผมเองมองรายละเอียดของมันไม่เห็น จึงเห็นเป็นเพียงเงาตะคุ่ม
และเมื่อคืนก็คงเป็นเรื่องสุดแสนบังเอิญอย่างร้ายกาจที่พอผมหยุดเดินมันก็หยุดกลิ้งพอดี พอมีลมพัดมาหน่อยมันก็ทำท่าขยับไปมาก็พอดีกับที่ผมจะก้าวไปหา
พอผมจะเดินหนีก็ลมพัดมันกลิ้งตามผมมาซะอย่างนั้น
เฮ้อ ผีเข่งนี่ทำเอาเมื่อคืนผมขนหัวลุกไปหมดเลย
เรื่องสั้นๆ อ่านเล่นๆ : ผีเข่ง
สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ผมและเพื่อนร่วมชั้นมักไปเที่ยวกันที่ทะเลแห่งหนึ่งเป็นประจำทุกปี
ในคืนนั้นเป็นคืนที่สายฟ้าแปลบปลาบกางคล้ายกงเล็บตัดกับความมืดของฟ้า
รูปปั้นนางยักษ์ตนนั้นยืนอยู่ในทะเล มือข้างหนึ่งเกาะกุมอยู่ตรงทรวงอกตำแหน่งหัวใจที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
ผมกำลังเดินเล่นอยู่บริเวณชายหาดห่างออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกัน ลมพัดเย็นสบาย อากาศกำลังดี
ทันใดนั้นที่ระยะไกลออกไปปรากฏเงาตะคุ่มอยู่ตรงชายหาดบนเส้นทางที่ผมกำลังจะเดินไป กะเอาคร่าวๆ น่าจะห่างออกไปราวห้าสิบเมตร
ผมหยุดฝีก้าว พยายามเพ่งมองฝ่าความมืดออกไปเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร
แต่ราวกับรู้ว่ากำลังถูกลอบมอง มันไม่ยอมขยับ ผมเองก็ไม่ไหวติง คล้ายเราทั้งคู่กำลังหยั่งเชิงกันอยู่
เมื่อเป็นดังนั้น ผมจึงคิดจะขยับเข้าไปหา ทว่าพอผมก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียวมันก็เริ่มขยับอีกครั้ง
มันตัวอะไร
ในใจคิดถึงความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นจึงตัดสินใจหันหลังกลับและเดินถอยออกมาดีกว่าจะเดินไปเผชิญหน้ากับมัน
ระหว่างนั้นเมื่อผมเหลียวกลับไปมอง ก็กลับพบว่ามันกำลังตามผมมาอยู่ห่างๆ
ผมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนกระทั่งหนีมันจนพ้นด้วยหัวใจเต้นแรง
มันคืออะไร แล้วมันตามผมมาทำไม
ผมเข้านอนพร้อมเก็บคำถามไว้ในใจจนกระทั่งรุ่งสางก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเสียสนิท
ผมออกไปเดินเล่นยังเส้นทางเดิม และสิ่งที่เห็นในตอนเช้าก็ทำให้อดขำตัวเองในความปอดแหกเมื่อคืนไม่ได้
มันเป็นเข่งใบเขื่องที่หกคะเมนอยู่บนชายหาดนั่นเอง
คิดว่าน่าจะใช่มันนะที่ปรากฏตัวขวางทางไว้เมื่อคืน แต่ความมืดทำให้ผมเองมองรายละเอียดของมันไม่เห็น จึงเห็นเป็นเพียงเงาตะคุ่ม
และเมื่อคืนก็คงเป็นเรื่องสุดแสนบังเอิญอย่างร้ายกาจที่พอผมหยุดเดินมันก็หยุดกลิ้งพอดี พอมีลมพัดมาหน่อยมันก็ทำท่าขยับไปมาก็พอดีกับที่ผมจะก้าวไปหา
พอผมจะเดินหนีก็ลมพัดมันกลิ้งตามผมมาซะอย่างนั้น
เฮ้อ ผีเข่งนี่ทำเอาเมื่อคืนผมขนหัวลุกไปหมดเลย